วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552

1.คำแนะนำ อ.ชลิดาพร

การเตรียมตัวสอบ ประมวลวิชา จากที่เรียน ๑๒ วิชา คือ
ข้อเขียน สอบประมาณเดือน มกราคม ๒๐๐๙
๑. Concept หรือแนวคิด ของ เรื่อง “รัฐ”
ทำความเข้าใจว่าเราเรียนอะไรไปบ้างเกี่ยวกับรัฐ
รัฐ คืออะไร? รัฐประกอบด้วยอะไรบ้าง? ทำไมต้องมีรัฐ?
รัฐ (State) คือ ศูนย์กลางอำนาจทางการเมือง (Center of Power) มีการแบ่งงานกันทำเกิดเป็น “ชุมชนทางการเมือง” เช่น รัฐโบราณสมัย สุโขทัยโครงสร้างรัฐโบราณมีขนาดไม่ใหญ่
รัฐ สมัยใหม่ ประกอบด้วย ศูนย์กลางอำนาจ(Center of Power) อำนาจอธิปไตย (Sovereignty) เขตแดน (Territory) และ ประชากร (Population) ของรัฐ
สถาบันทางการเมือง
ยุคกรีกโบราณก่อนศตวรรษที่ 19
เพลโต
อริสโตเติล
ยุคศตวรรษที่ 19
รัฐชาติ (Nation State)
รัฐบาล (ฝ่ายบริหาร)
นิติรัฐ
๒. Concept หรือแนวคิด ของเรื่อง “ประชาธิปไตย
เราเรียนรู้เรื่องประชาธิไตย ไปหลายแง่หลายมุม ที่ต้องเข้าใจ และ แม่นยำโดยเฉพาะเรื่อง Liberal democracy หรือประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม เพราะว่าประชาธิปไตยสมัยใหม่ ตั้งอยู่บนฐานของเสรีนิยม และ ในวิชาต่างๆ ก็จะพูดถึงแง่มุมต่างๆ ของประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม นอกจากนี้ยังมี ประชาธิปไตย รูปแบบ อื่นๆ เช่น derivative democracy หรือประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ (พยายามนำมาเชื่อมโยงกันให้ได้)
ประชาธิปไตยคืออะไร? เสรีประชาธิปไตยคืออะไร? เสรีนิยมคืออะไร? รูปแบบอื่นของประชาธิปไตยมีอะไรบ้าง? ประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือคือะไร?
เสรีนิยม (Liberalism) ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบคือ
1. ปัจเจกชน (Individual)
2. เหตุผล (Reason)
3. เสรีภาพ/อิสรภาพ (Liberty/Freedom) เสรีภาพต้องมีขีดจำกัดคือต้องไม่ละเมิดผู้อื่นหรือทำให้เกิดอันตรายกับผู้อื่น ทุกคนมีสิทธิความเสมอภาคในเสรีภาพ (Equal right to liberty) คือ
สิทธิทางการเมืองและความเป็นพลเมืองที่เสมอภาค(Equal Political and Civil Rights)
เสมอภาคภายใต้กฎหมาย (Equal before the law)
เสมอภาคในเรื่องโอกาส (Equality of Opportunity)
4. ความอดทนอดกลั้น(Toleration) ยอมรับในความแตกต่างหลากหลายของวัฒนธรรม ศีลธรรมและการเมือง อดทนอดกลั้นต่อความเห็นและการกระทำของคนอื่นตราบเท่าที่ไม่มีการละเมิดและเป็นอันตรายต่อผู้อื่น
ประชาธิปไตย คือ ระบอบการปกครองที่รัฐบาลมาจากประชาชนส่วนใหญ่ ผ่านระบบตัวแทน (การเลือตั้ง)

๓. โครงสร้างภาคสังคม
เช่น โครงสร้างทางสังคมของระบบศักดินา เกี่ยวข้องกับรัฐ และ ประชาธิปไตยอย่างไร โครงสร้างของรัฐ สะท้อน และ ผลิตซ้ำโครงสร้างทางสังคม หน้าตาของประชาธิปไตยจะเป็นอย่างไร มีองค์ประกอบปลีกย่อย หรือ แง่มุมทีมีลักษณะเฉพาะอย่างไร สะท้อนโครงสร้างทางังคม (เราต้องเอาองค์ความรู้มาเชื่อมโยงกันให้ได้)
๔. ระบบทุนนิยม
ดูปฏิสัมพันธ์ ระหว่างทุนนิยม และ ความเป็นไปในระบบ การเมือง รวมทั้งหน้าตา ของระบบการเมืองด้วย และ ในทางกลับกัน การเมืองความเป็นไปในระบบการเมือง เข้าไปส่งผลต่อเกี่ยวระบบเศรษฐกิจ แบบทุนนิยม อย่างไร ระบบทุนนิยมโลก หน้าตาเป็นอย่างไร

๕. รัฐธรรมนูญ
การทำความเข้าใจเรื่องรัฐธรรมนูญ (ไม่ว่าการสอบข้อเขียน หรือ ปากเปล่า ไม่ควรตอบในเชิงเทคนิค แบบรัฐศาสตร์แบบเก่า ควรมองความเชื่อมโยง กับประเด็นหลัก ในแง่ประชาธิปไตย สังคม การเมือง โครงสร้างทางการเมือง และ เศรษฐกิจ ของไทยอย่างไร คือ รัฐธรรมนูญจะตอบโจทย์ใหญ่หลายประการ เช่น การมีประชาธิปไตยแบบมีตัวแทน มันมีปัญหาในสังคมการเมืองไทย อย่างไร ต.ย. เช่น คณะกรรมการประชาธิปไตย ของหมอประเวศ ได้พูดถึงปัญหาของประชาธิปไตยแบบมีตัวแทน ของไทยไว้ชุดหนึ่ง แล้วที่สุดนำไปสู่ ข้อเสนอ กลายเป็นรากฐานของการร่าง รธน. ปี ๔๐ รธน. สรุปว่ารัฐธรรมนูญตอบโจทย์อะไรในทางรัฐศาสตร์

๖. ระบบรัฐสภา
แบบอังกฤษ และ ระบบผสม (Hybrids) ควรดูหน้าตาของระบบรัฐสภา ที่เป็นแม่แบบ มีการออกแบบโครงสร้าง ของระบบรัฐสภาใหม่ให้เหมาะสมกับตัวเอง รวมทั้ง ประเทศไทยด้วย
๗. ท้องถิ่น
ให้แยกแยะ (อย่ามุ่งตอบเชิงเทคนิค) การเมืองท้องถิ่น เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร แง่มุม การปกครองท้องถิ่น ไม่เหมือนการเมืองท้องถิ่นแม่แต่น้อย ให้ทำความเข้าใจให้ดี ประเด็นต่างๆของการปกครองท้องถิ่น เช่น การกระจายอำนาจ ตอบโจทย์อะไร การเชื่อมโยงประเด็น หรือการมองเหล่านี้ เข้ากับประชาธิปไตยอย่างไร เชื่อมกับประเด็นหลักๆ ของ รธน. รัฐ โครงสร้างทางเศรษฐกิจสังคม
๘. การเมืองภาคประชาชน (ไม่ใช่การเมืองท้องถิ่น)
เชื่อมโยงกับประชาธิปไตยอย่างไร เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางสังคม ระบบทุนนิยม อย่างไร
๙. Globalization โลกาภิวัฒน์
ไม่ได้มีแต่เฉพาะแง่มุมทางเศรษฐกิจ แต่ต้องมองในแง่มุมอื่นๆด้วย เช่น ทางการเมือง และ วัฒนธรรม วิชาหลายวิชาแตกแง่มุมต่างๆ ด้วย แง่มุมในแง่การเมืองมีอะไรบ้าง อย่างไร มีประเด็นไหน ที่น่าสนใจ เช่น กรณีการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลก เกี่ยวข้องเชิ่มโยงกับ Globalization อย่างไร ในมุมมองด้านการเมือง วัฒนธรรม มองอย่างไร, Olympic (การเชื่อมโยง อาจออกปากเปล่า ด้าน Cultural Globalization ไม่ออกข้อเขียน)
๑๐. ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ (เรียนละเอียดกว่ารุ่นอื่น)
นโยบายต่างประเทศ (ทำให้เห็น พลวัตรของปัจจัยอื่นๆ ในระดับของการเมืองระหว่างรัฐ ว่ามันส่งผลต่อ ความเป็นไปของสังคมการเมือง ไทย ในขณะเดียวกันสังคมการเมือง สนองต่อพลวัตรเหล่านี้ อย่างไร)
หมายเหตุ
การสอบประมวล ไม่ใช่การสอบ Final มาตรฐานต่างกับการสอบปกติเพราะต้องแสดงให้เห็นว่า นศ.เรียนรู้อะไรจากการเรียน ๑๒ วิชา ได้อะไรไป สังเคราะห์อย่างไร? สังเคราะห์ (Synthesis) ซึ่งหมายถึงการรวมความรู้จาก ๑๒ วิชาที่เรียนรวมมาเข้าด้วยกัน ผลิตเป็นความรู้ขึ้นมา

แนวการตอบข้อสอบ
๑. อ่านคำถาม เขียนประเด็นคำถาม ว่าคำถามมีกี่คำถาม แล้วตอบให้ครบ
๒. ทำ Outline แล้วจึงเขียนตาม Outline เพื่อไม่ให้ตกประเด็น
๓. สรุป การตอบจากคำถามทั้งหมด
ข้อสอบ มี ๒ ชุด ชุดละ ๒ ข้อ เลือกทำชุดละข้อ
ข้อสอบปากเปล่า สำหรับผู้ที่ผ่านข้อเขียนแล้ว ต้องเตรียมตัวมาสอบเหมือนข้อเขียน แต่คำถามจะเริ่มต้น ที่ข้อเขียนก่อน แต่ อ. สามารถถามใน ๑๐ หัวข้อหลักได้ (สอบต้น 31 ม.ค.และ 1 ก.พ. 2009)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น