9. Globalization โลกาภิวัฒน์
ไม่ได้มีแต่เฉพาะแง่มุมทางเศรษฐกิจ แต่ต้องมองในแง่มุมอื่นๆด้วย เช่น ทางการเมือง และ วัฒนธรรม วิชาหลายวิชาแตกแง่มุมต่างๆ ด้วย แง่มุมในแง่การเมืองมีอะไรบ้าง อย่างไร มีประเด็นไหน ที่น่าสนใจ เช่น กรณีการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลก เกี่ยวข้องเชิ่มโยงกับ Globalization อย่างไร ในมุมมองด้านการเมือง วัฒนธรรม มองอย่างไร, Olympic (การเชื่อมโยง อาจออกปากเปล่า ด้าน Cultural Globalization ไม่ออกข้อเขียน)
โลกาภิวัฒน์ ตาม พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายว่า น. การแพร่กระจายไปทั่วโลก . การที่ประชาคมโลกไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใด สามารถรับรู้ สัมพันธ์ หรือรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว้างขวางซึ่งเนื่องมาจากการพัฒนาระบบสารสนเทศ เป็นต้น
ปัจจุบันโลกาภิวัฒน์ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้น ณ จุดได้จุดหนึ่งของโลก สงผลหรือมีปฏิสัมพันธ์กับอีกจุดของโลกได้ จากประเทศหนึ่งสู่อีกประเทศหนึ่งจากทวีปหนึ่งสู่อีกทวีปหนึ่ง เช่นปัญหาเศรษฐกิจการเงินในสหรัฐปัจจุบันส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจการเงินของยุโรป และ ทวีปเอเซีย ไม่ใช่เฉพาะทางด้านธุรกิจเท่านั้น การเมือง วัฒนธรรมต่างๆ ก็สามารถส่งผลถึงกันได้อย่างรวดเร็วตามความเร็วแสงคือการส่งข้อมูลข่าวสารผ่านทางเครือช่ายอินเทอร์เนต เป็นต้น การถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิคให้คนทั้งโลกได้เห็นเกือบเป็นเวลาเดียวกัน การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่คนในเอเซีย หรือประเทศไทย ทราบการรณรงค์หาเสียงและผลการเลือกในเวลาตั้งที่ใกล้เคียงกัน
ในแง่มุมการเมืองโดยเฉพาะเศรษฐกิจมักจะถูกมองว่าการเมืองเศรษฐกิจเป็นสองด้านของเหรียญที่ส่งผลต่อกันเช่นนโยบายเศรษฐกิจถูกกำหนดด้วยการเมือง และ การเมืองมีผลกระทบจากเศรษฐกิจตกตกต่ำ เช่น ปํญหาราคาน้ำมัน การเมืองที่สามารถต่อสู่แลเล่นเกมส์กันได้แม้จะอยู่คนละมุมโลก เช่นกรณีการต่อสู่ทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณในต่างประเทศผ่านสื่อชิงความได้เปรียบเสียเปรียบกันเป็นช่วงๆก็เกิดจากปรากฏการณ์โลกาภิวัฒน์นั่นเอง
การกล่าวอ้างเชิงวัฒณธรรม (ดูถูกทางวัฒนธรรม) ของชาติหนึ่งถูกส่งผ่านแบบโลกาภิวัฒน์ไปยังอีกประเทศหนึ่งไม่ว่าจะเป็นความจริงหรือเกมการมืองก็ส่งผ่านผลของมันโดยโลกภวัฒน์ เช่นการเผาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ ในปี พ.ศ. 2546
วัฒนธรรม สภาพแวดล้อมโลกทุกอย่างก็ถูกโยงเข้าสู่เศรษฐกิจการเมืองในระดับโลก เช่น การฝ่าฝืนไม่ดูแลสภาพแวดล้อมของสัตว์ ก็เป็นประเด็นทางการเมืองระหว่างประเทศที่สามารถนำไปใช้ในการกีดกันทางการค้า การนำคำสินค้าหรือตัดภาษี GSP การใช้แรงงานเด็กในประเทศด้อยและกำลังพัฒนาที่โยงไปถึงการว่างงานของคนงานในประเทศพัฒนา ที่ไม่สามารถแข่งขันด้านต้นทุน การสนับสนุนโครงการ NGO เพื่อเป็นเครื่องมือในทางการเศณษฐกิจเมืองระดับโลกได้ จึงเหมือนบางเรื่อง องกรค์อิสระเป็นอุดมการณ์ที่แท้จริงแต่บางเรื่องเป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ถ้าไม่ศึกษาหรือมองในหลายๆมิติ กระแสโลกาภิวัฒณ์เป็นเรื่องที่ทำให้โลกแคบหรือบางคนเปรียบเสมือนว่าโลกแบนทำให้สามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างบนพื้นโลกได้โดยไม่มีส่วนโค้งของโลกบดบัง
โลกาภิวัฒน์ทำให้มนุษย์ศึกษาหาความรู้ได้มากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเข้าสู่สถาบันการศึกษาเสมอไปเหมือนชาวโปแตสแตน ที่สามารถเข้าถึงพระเจ้าได้โดยการศึกษาจากคัมภีร์ไบเบิล ไม่ต้องอาศัยพระบาทหลวง มาสั่งสอนถ้าพระเองก็ยังไม่สามารถทำตัวให้เหมาะสมเป็นผู้สอน
จากรายงานการวิจัยเรื่อง รัฐประหาร ๑๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๙ กับประเทศไทย ของ รศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศษสตร์ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๐ ได้กล่าวถึงการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน กับวิกฤตการโลกาภิวัฒน์ไทย ได้กล่าวถึงการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมการเมืองหลายด้านของรัฐบาลอนันท์ ปันยารชุน ในช่วง ๒๕๓๔-๒๕๓๕ กลุ่มทุนสื่อสารมวลชนเครือหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ การตัดสินใจเปิดเสรีบัญชีทุน โดยจัดตั้งวิเทศธนกิจ โลกาภิวัฒน์ ที่นำไปสู่วิกฤตกเศรษฐกิจการเงินเมื่อเดินกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๐ กลุ่มทุนใหญ่ที่เลหือรอดจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เขาสู่วงการเมืองโดยตรง การตั้งพรรคไทยรักไทย มีดร.ทักษิณ เป็น CEO ทางการเมืองของชนชั้นนายทุนไทยเมื่อ ๑๔ ก.ค. ๒๕๔๑ สถาปนาระบอบประชาธิปไตยอำนาจนิยมภายใต้อำนาจทางการเมืองของกลุ่มทุนใหญ่โลกาภิวัฒน์รามปี พ.ศ.๒๕๔๖-๒๕๔๙ เส้นทางโลกาถภิวัฒน์/เสรีนิยมใหม่จะนำพาชนชั้นนำเดิมของไทยไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ.๒๕๔๐ และ ระบอบทักษิณ พ.ศ.๒๕๔๖-๒๕๔๙ รวมทั้งเศรษฐกิจโลกาภิวัฒน์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การสร้างเครือข่ายมากว่า 60 ปีรวมทั้งเครือข่ายขององคมนตรีผ่านโทรศัพท์มือถือ สรุปว่าการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ถือเป็นการเลือกโลกาภิวัฒน์ทางเศรษฐกิจแต่กลับปฏิเสธผลสืบเนื่องทางการเมืองของมัน เป็นข้อสรุปของ เกษียร เตชะพีระ
วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น